Latest Entries »

สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้งกับวิธีลดน้ำหนักภาค 2

 

ตั้งแต่ตอนแรก จนถึงตอน 2 ที่น้ำหนักลดลงไปนั้นใช้เวลาถึง 1 ปี ลดแบบช้า ๆ ลงไปได้ 10 กว่ากิโล ประมาณกลางปี 2555 หลังจากลองมาหลายอย่างจนตัดสินใจควบคุมอาหาร ก็คิดเมนูของตัวเองขึ้นมา ใครสนใจจะทำตามก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ต้องบอกก่อนนะคะ ช่วงนั้นน่ะ อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ทำงาน พลังงานที่ใช้ในแต่ละวันก็ไม่มาก สูตรนี้จึงดูทานน้อยกว่าปกติ เพราะคำนวณ (วิธีจากตอนที่ 1) ดูแล้วไม่จำเป็นต้องกินเยอะเลย

เช้า – น้ำผลไม้คั้นสด 1แก้ว (75 cal) / โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (80 cal) / ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น (80 cal) / นมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว (100cal) / แฮมลวก หรือ แฮมนึ่ง 1 แผ่น (46cal) / เบคอนทอดกรอบ 1 แผ่น (125cal) 

กลางวัน – ไก่ย่าง 1 ชิ้น / ปลานึ่ง 1 ตัว / ไข่ต้ม 2 ฟอง / ไข่ต้ม 1 ฟองกับผักต้ม / เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม / ส้มตำ 1 จาน / สลัด 1 จาน

เย็น – โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับผลไม้ / สลัดผัก / ผลไม้

วิธีการกินสูตรนี้

1. เปลี่ยนเมนูได้ตามความสะดวก

2. ของส่วนใหญ่หาซื้อได้ใน 7-11 และซุปเปอร์ใกล้บ้าน หรือตลาดสดก็มี

3. ถ้าไม่อยากเสียเวลาหาว่าต้องกินปริมาณเท่าไหร่ ให้ซื้อของที่มีแคลอรี่บอก

เช่นน้ำผลไม้ 1 กล่อง ปริมาณ 250 ml. 80cal กินได้ 5 คน เท่ากับ 1 แก้วคือ 50ml. 16cal

4. สมมุติเราได้ค่า BMR พื้นฐาน 1,400 หมายความว่า กิน เดิน นั่ง นอน หายใจ ไม่ได้ทำอะไร ก็เสียพลังงานไป1,400 แล้ว

BMR ที่ต้องการได้ 1,700 นั่งทำงานในออฟฟิต ไม่ออกกำลังกายเลย เว็บที่มีโปรแกรมคำนวณ ลองใช้ดู http://kcal.memo8.com/bmr/

4.1 ห้ามกินเกิน 1,700 แคลอรี่ เพราะจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้ ถ้าใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ไม่ออกกำลังกาย

4.2 ถ้ากินเกิน 1,700 แคลอรี่ สมมุติให้กินไป 2,000 แคลอรี่ ต้องออกกำลังกายเพื่อเอาส่วนเกินออกไป 300 แคลอรี่ น้ำหนักจะคงที่

4.3 กินพอดี 1,700 แคลอรี่ ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักเท่าเดิมเป๊ะ

4.4 กินพอดี 1,700 แคลอรี่ แต่ออกกำลังกายร่วมด้วย สมมุติให้วิ่ง 1 ชม. ใช้ไป 150แคลอรี่ วันนี้จึงลดน้ำหนักได้ 150 แคลอรี่

4.5 กิน 1,400 แคลอรี่ ออกกำลังกายเบา ๆ เช่นกวาดบ้าน ถูบ้าน ใช้พลังงานไป 200 แคลอรี่ วันนี้จึงลดได้ 500 แคลอรี่

ถ้าคุณออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้โปรแกรมในเว็บนี้คำนวณดีกว่าค่ะ http://www.never-age.com/bmr_2.php

ค่า BMR ที่ได้ จะรวมการออกกำลังกายเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแค่ควบคุมอาหารไม่ให้เกินค่าที่ได้ก็พอ และหากออกกำลังกายมากขึ้นกว่าเดิม ค่อยนำส่วนที่เพิ่มนั้นไปหักจากพลังงานที่ทานเข้าไป เพื่อหาจำนวนแคลอรี่ที่ลดลง ทั้ง 5 ข้อย่อยนี้เลือกทำตามแต่ความสะดวกและความพอใจ

5. หากคุณอยากลดน้ำหนัก 1 กิโลกรับให้ได้ใน 1 สัปดาห์ คุณจะต้องเผาผลาญไขมัน 3,200 กิโลแคลอรี่ ต่อสัปดาห์

6. ไม่ควรทานน้อยกว่าค่า BMR มากเกินไป แบ่งไปออกกำลังกายเบา ๆ บ้าง เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ และจะทำให้คุณซีด ผิวไม่สวย เนื้อเหลวไม่กระชับ รูปร่างเล็กลงไม่มากด้วย

เมื่อเราได้เป้าหมายที่แน่ชัดแล้ว (จากตอนที่ 1 https://alismagi.wordpress.com/category/) เราก็ต้องตั้งเป้าหมายในแต่ละอาทิตย์ สมมุติคุณใช้วิธีที่ 4.5 ลดได้ 500 แคลอรี่ต่อวัน ใช้เวลา 7 วัน ก็จะลดน้ำหนักได้ประมาณ 1 กิโลกรัม

ข้อดีของวิธีนี้คือ เรากำหนดเองทุกอย่าง สูตรนี้เกิดมาเพื่อเราโดยเฉพาะ เหมาะกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเอง เพราะเราเป็นคนกำหนดเองทั้งหมด แต่อย่าลงเร็วจนเกินไป สัปดาห์ละ 1/2 – 1 กิโลกรัมนั้นกำลังดีแล้ว มันอาจใช้เวลานาน แต่มันช่วยให้คุณไม่โทรม (เพราะมันทำให้ไม่สวย) และไม่เสียสุขภาพด้วย

ขอให้ทุกคนโชคดีในการลดน้ำหนักนะคะ คราวหน้าจะแนะนำอาหารเสริม และตัวช่วยต่าง ๆ ที่ทดลองกับตัวเองแล้วได้ผลจริงค่ะ

เผยวิธีลดน้ำหนักด้วยตนเอง ทดลองแล้วหลายวิธี อย่างยาวนาน วิธีไหนได้ผลอย่างไร เป็นอย่างไร ลดจริงไหม รู้สึกเช่นไร ไปตามอ่านกันค่ะ

สวัสดีค่ะ วันนี้มาเล่าประสบการณ์ลดน้ำหนัก เป็นคนน้ำหนักตัวเกินมานานแล้ว นานมาก ๆ จนวันหนึ่งนั่งอยู่แล้วรู้สึกว่า ก้นเรานี่ใหญ่เท่ากะละมังเลยนะ มันไม่ไหวแล้ว เราจะมาปลอบใจตัวเองว่าไม่อ้วน แต่มีอันจะกิน อุดมสมบูรณ์ อยู่ดีกินดี ฯลฯ มันก็เกินกว่าจะปลอบตัวเองได้ จึงเกิดเป็นแรงฮึดให้ลดน้ำหนัก

 

ขั้นแรก ออกกำลังกายจ้า ดูยูทูปแล้วเต้นแอโรบิกตามอยู่ช่วงหนึ่งน้ำหนักก็ลดลงมา 4-5 กิโล แล้วจากนั้นก็ไม่ลดอีกเลย พยายามอยู่พักหนึ่งน้ำหนักก็ลงช้ามาก ไม่ทันใจ ผลสุดท้ายก็เลิกไป

วิธีนี้ลดได้จริง ได้ผลดีเลย เพราะนอกจากน้ำหนักจะลด ร่างกายจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า จะขยับไปไหนก็ดูกระฉับกระเฉงไปหมด ผิวก็ตึงกระชับ ไขมันเหลว ๆ ก็หายไป ช่วงนี้สัดส่วนลดลงไปครึ่งนิ้วเลย แต่เมื่อถึงช่วงหนึ่งจะลดไม่ลงอีกแล้ว เพราะออกกำลังกายอย่างเดียวไม่มีการควบคุมอาหาร

 

ต่อมาจึงหันไปลองผลิตภัณฑ์เสริมโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก ของอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งซึ่งโฆษณาว่าจะช่วยลดน้ำหนักได้เพียงนำชาผสมกับน้ำ 1 ลิตร แล้วดื่มแทนน้ำทั้งวันไปเลย

จุกมากค่ะ วิธีนี้ เพราะต้องทานน้ำเยอะ และที่สำคัญน้ำหนักไม่ลด เนื่องจากชาผงที่ชงกับน้ำตัวนี้เป็นเหมือนชาระบาย ช่วยดีท็อกซ์เสียมากกว่า ไม่ได้มีผลในการลดน้ำหนักใด ๆ ชานี้ขอรับชุดทดลองมาทานฟรี แต่ก็ไม่ฟรีซะทีเดียวเพราะมีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง และพวกซีดีคู่มือต่าง ๆ ของบริษัทอาหารเสริมยี่ห้อนี้ให้เราเสียเงินอีก 300 กว่าบาทได้

 

ช่วงนั้นท้อแท้หมดกำลังใจมาก ๆ คิดว่าคงจะไม่ลดแน่แล้วมีอะไรก็ต้องพึ่งไว้ก่อน ขณะนั้นมียาลดน้ำหนักยี่ห้อหนึ่งดังมาก ๆ เป็นสมุนไพรไทย ผลิตจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก็เห็นว่ามหา’ลัยผลิต มันต้องปลอดภัยละน้า มีคนทานแล้วได้ผล แต่บางคนก็ไม่ได้ผล ตัดสินใจซื้อมาลอง 1 ชุด ทานได้ 1 อาทิตย์

ผลออกมาน้ำหนักไม่ลงเลย ยาเยอะมาก ต้องทานเช้า กลางวัน เย็น มีหลายสี หลายเม็ดดูลำบากเวลาจะทานมาก จนรู้สึกเบื่อและเอียนกับการทานยาหลาย ๆ เม็ด

บอกตัวเองว่าคนอื่นกินยังได้ผล เราจะไม่ได้ได้ยังไง อดทนกินให้หมด กินอยู่ได้ 4 วันก็โยนยาทิ้ง เพราะรู้สึกมึนหัว และปากแห้ง แม้จะดื่มน้ำมาก ๆ แล้วก็ตาม ตลอดเวลา 4 วันที่ผ่านมา น้ำหนักไม่ลงเลยแม้แต่น้อย ไม่แน่ใจว่าทานจนครบ 1 สัปดาห์จะลดหรือเปล่า

 

ตอนนั้นคิดว่ายามันคงไม่ได้ผลหรอก เราต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารสิ ช่วงนั้นก็ได้ยาตัวใหม่ (อีกแล้ว) คราวนี้เป็นยาเร่งการเผาผลาญพลังงาน ทานก่อนนอน จะช่วยเร่งช่วงที่เราหลับ ทานก่อนออกกำลังกายได้จะยิ่งดีมาก ทานแค่วันละเม็ด ตัดสินใจทานจนหมดแผง มีอยู่ 10 กว่าเม็ด ก็ไม่ลง

 

ดู ๆ ไปแล้วยาคงใช้ไม่ได้ผล กลับมาลองคิด ๆ ดู เราควรทำตามที่แพทย์ต่าง ๆ แนะนำมากมายในการลดน้ำหนักที่ถูกต้องมากกว่าใช้วิธีลัดแบบนี้ ตัดสินใจศึกษาอย่างจริงจัง จนรู้ว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน อะไรก็ช่วยไม่ได้

 

หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็ต้องเริ่มที่การตั้งเป้าหมาย จะลดน้ำหนักเหลือเท่าไหร่ดี ค้นข้อมูลดูก็มีมากมายหลายสูตร

 

สูตรที่ 1 : [ความสูง (cm.) – 150] ได้เท่าไหร่ แล้วคูณด้วย 0.7 หลังจากนั้น นำไปบวก กับค่าดังต่อไปนี้

ผู้ชาย : ? + 50

ผู้หญิง : ? + 45

 

น้ำหนักที่ได้ค่อนข้างมาตรฐานสำหรับคนไทย แต่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าน้ำหนักนี้ก็ไม่ทำให้เราดูอ้วนหรือผอมจนเกินไป แต่คงหุ่นไม่ดี ผอมเพรียวแบบสาว ๆ คนอื่นเขาหรอกจึงมาดูสูตรที่ 2 อีกครั้ง

 

สูตรที่ 2 :[ความสูง (cm.) -100] แล้วคูณด้วยค่าต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ

ผู้ชาย : ? X 0.9

ผู้หญิง : ? X 0.8

 

สูตรนี้ได้น้ำหนักที่พอใจออกมาจนได้ เมื่อกำหนดน้ำหนักที่เป็นเป้าหมายได้แล้วก็มากำหนดดัชนีมวลกาย ในเว็บต่าง ๆ ก็มีโปรแกรมคำนวณแบบสำเร็จรูปให้

ดูว่าตอนนี้เราอยู่ในขั้นไหน แล้วต้องการลดเหลือขั้นไหน จากนั้นทดลองเอาน้ำหนักที่เป็นเป้าหมายมาดูว่าได้ค่า BMI เท่าไหร่ เหมาะหรือยังถ้ายังลองเพิ่ม หรือลดสักกิโลดู จนกว่าจะได้ค่า BMI ที่เหมาะสม น้ำหนักที่ใช้ทดสอบนั้นจึงใช้เป็นน้ำหนักที่แท้จริงที่จะนำมาเป็นเป้าหมายได้

 

การชั่งน้ำหนักที่ถูกต้อง   ต้องตรวจดูตาชั่งก่อนเสมอว่าตรงหรือเปล่า เวลาชั่งควรมีของติดตัวให้น้อยที่สุด ทางที่ดี ชั่งหลังอาบน้ำตอนเช้าเลยดีกว่า มีผ้าขนหนูผืนเดียวไม่ได้หนักอะไร ชั่งในเวลาเดิมเครื่องชั่งตัวเดิม แล้วจดบันทึกน้ำหนักไว้ทุกวันเพื่อสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง จะได้ทราบว่าวิธีลดแบบนี้ได้ผลหรือไม่ วันนี้ทานอะไรที่มีผลต่อน้ำหนักหรือเปล่า

 

สิ่งต่อมาที่ต้องเรียนรู้คือการคำนวณหาพลังงานต่อวันที่ร่างกายของเราต้องการ หรือการคำนวณ BMR นั่นเอง มีโปรแกรมคำนวณสำเร็จรูปในอินเทอร์เน็ต ลองใช้ดูนะคะ จะได้ค่า BMR ซึ่งเป็นค่าพลังงานพื้นฐาน นั่นคือเดินไปมา กิน นั่ง นอน ทั่ว ๆ ไป ถ้าหากเราทำกิจกรรมอื่น เช่น ไม่ได้ออกกำลังกายเลย นั่งทำงานในออฟฟิตอย่างเดียว ก็จะมีตัวแปลที่ใช้คูณค่า BMR เข้าไปอีก ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มักจะแจ้งให้ทราบทั้ง 2 ค่า

 

เราจะใช้ค่า BMR เป็นพื้นฐานในการทานอาหาร กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องไม่เกินจากนี้ สมมุติคำนวณออกมาแล้วได้ค่า BMR 1,300 ปกติไม่ออกกำลังกายเลย พลังงานที่ต้องการโดยรวมอยู่ที่ 1,500 กิโลแคลอรี่

ให้เราทานอาหารไม่เกิน 1,300 กิโลแคลอรี่ ถ้าเราทาน 1,500 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักก็เท่าเดิม ถ้าทานเกินน้ำหนักก็ขึ้น ฉะนั้น การกิน และออกกำลังกาย ต้องเอามาบวก เอามาหักไม่ให้เกิน 1,300 โดยเด็ดขาด การลดน้ำหนักจึงได้ผล

 

ค้นหาตารางแคลอรี่มาดู รวมถึงดูว่าออกกำลังกายอะไร ทำกิจกรรมอะไรเวลานานเท่าไหร่ลดได้กี่แคลอรี่ เพื่อใช้คำนวณในแต่ละวัน

 

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับสูตรลดน้ำหนักที่คิดเอง ทำเอง และได้ผลลองเอาไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของคุณดูนะคะ ปรับเมนูอาหารให้เหมาะสมกับการลดน้ำหนักของตัวคุณ

อหิงสา

 

ช่วงนี้มีแต่คนพูดถึงคำว่า “อหิงสา” กัน รู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร

 

อหิงสา เป็นแนวคิดทางศาสนา คือการหลีกเลี่ยงความรุนแรง และไม่เบียดเบียนหรือเคารพในชีวิตของผู้อื่น คำว่า “อหิงสา”(अहिंसा) เป็นภาษาสันสกฤต หมายถึงการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่เรียกว่าหิงสา อหิงสาเป็นแก่นในศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู และ ศาสนาเชน อหิงสามีการกล่าวไว้ในปรัชญาอินเดีย ประมาณ 800 ปีก่อนพุทธศักราช

ผู้ที่ยึดถือหลักอหิงสามักจะเป็นมังสวิรัติ อหิงสามันจะมีการอ้างถึงว่าเป็นวิธีการประท้วงแบบสันติที่ไม่ใช้ความรุนแรง

ที่มา วิกิพีเดีย

 

อหิงสา อหึงสา

[อะ] น. ความไม่เบียดเบียน การเว้นจากการทําร้าย. (ป. ส.).

 ที่มา พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน

 

หลักอหิงสาของมหาตมะคานธี

 

แนวคิดของศาสนา ฮินดู ที่มีความหมายว่า หลีกเลี่ยงความรุนแรง และไม่เบียดเบียนเคารพในชีวิตผู้อื่น เป็นภาษาสันสกฤตแปลว่า การหลีกเลี่ยงความบาดเจ็บ อหิงสามักมีคนนำมาใช้ในการประท้วง เป็นการประท้วงแบบสันติ อย่างเช่น มหาตมะคานธี ซึ่งเป็นต้นแบบของ การประท้วงแบบอหิงสา ซึ่งหลังจากนั้นมาก็มีคนนำวิธีการประท้วงแบบอหิงสามาใช้เช่นกัน มหาตมะ คานธีได้ใช้หลักอหิงสาในการประท้วงกับรัฐบาลอังกฤษในอินเดียเพื่อเรียกร้องเอกราชทำควบคู่ไปกับ

 

สัตยเคราะห์ คือ วิธีการนี้เป็นวิธีการของความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวมั่นคง ที่จะยืนหยัดอยู่กับความจริงและความถูกต้อง โดยพร้อมที่จะยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง และตามทรรศนะของคานธี หลักสำคัญก็คือการควบคุมจิตใจไม่ให้เกิดความเกลียดชัง อันจะนำไปสู่ความรุนแรงและการต่อสู้ที่ใช้กำลังต่อไป ประท้วงอย่างยุติธรรม ด้วยความเยือกเย็นและสงบต่อสาธารณชนและต่อผู้ก้าวร้าว โดยพิจารณาถึงเหตุผลของผู้ก้าวร้าวด้วย ให้เวลาแก่ผู้ก้าวร้าวได้คิด และถึงแม้ว่าต่อมาฝ่ายก้าวร้าวจะไม่ยินยอมแก้ไขความผิดก็ตาม นักสัตยาเคราะห์ก็จะให้ฝ่ายนั้นได้รู้ถึงความตั้งใจของเขาที่จะลงมือทำการ เคลื่อนไหวแบบ “อหิงสา” และก็กระทำจริงตามนั้นด้วย อย่างเช่น

การรวมตัวกันประชาชนนับพันคน ไปรวมตัวสังสรรค์กันที่สวนสาธารณะชัลลียันวาลา เมืองอมฤตสระ เพื่อเรียกร้องเอกราช ได้ถูกนายพลไดเยอร์ ผู้บังคับบัญชากองทหารอังกฤษในอมฤตสระ ผู้ซึ่งเคียดแค้นชาวอินเดียและต้องการให้อินเดีย เห็นถึงอนุภาพของอังกฤษ โดยการยิงประชาชนที่มาชุมนุม เสียชีวิตนับพันคนเสียชีวิต และบาดเจ็บกว่าสามพัน โดยที่ประชนเหล่านั้น ไม่ได้ตอบโต้หรือต่อสู้ทางกำลังเลย ส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษเสื่อมเสียเกียรติอย่างมากจนยากที่จะฟื้นตัว

 

ที่มา http://www.stou.ac.th/study/sumrit/11-56(500)/page8-11-56(500).html

 

นี่แหละค่ะ คือความหมายที่แท้จริงของอหิงสา พูดง่าย ๆ ว่าคนชั่วแพ้ต่อความดีของเรา จิตใจของเราจะต้องไม่เคียดแค้น ชิงขัง ด่าว่า ไม่ใช้กำลังทำร้าย เมื่อถูกเขาด่าว่า เคียดแค้น ชิงชังต่อเรา เราต้องสงบ เยือกเย็น เมื่อถูกบทำร้าย จะต้องไม่ตอบโต้ เรียกง่าย ๆ อยู่เฉย ๆ แล้วคนไม่ดีที่ทำร้ายเราก็จะเสื่อมเสียเกียรติและความชอบธรรมไปเอง

หากเราด่าว่า เคียดแค้น ชิงชังต่อเขา รุมทำร้ายเขา พูดจายั่วยุให้คนอื่นตีกัน จิตใจไม่มีความสงบเยือกเย็น มีแต่ความร้อนรุ่ม อยากเอาชนะแต่ฝ่ายเดียว คำว่าอหิงสาก็เป็นได้เพียงคำพูดสวยหรูธรรมดา ๆ เพื่อหาความชอบธรรมให้กับตนเองในการประท้วงเท่านั้น หาใช่อหิงสาอย่างแท้จริงที่ มหาตมะคานธียึดถือไม่

สวัสดีค่ะ พักเรื่องหนังสือไว้ก่อนดีกว่า ครั้งนี้จะมา ReviewBB ครีม, BB Facerและ BB Cleanser ของยี่ห้อ Skin 79 แบรนด์ดังของเกาหลี ที่ประเทศไทยก็ขายดีมาก ๆ เช่นกัน

20131122_142853

เริ่มที่ตัวแรก SKIN79 The Oriental Gold B.B Cream plus 40g SPF30 PA++ with Color Lip Cheek ชื่อยาวมาก เจ้าตัวนี้ที่เกาหลีขายดีเป็นอันดับ 2 ในเว็บ Skin79 เลย และ Skin79 BB FACER ตามรูปเลยค่ะ

20131122_143751

เห็นรูปร่างหน้าตาแปลก ๆ สงสัยกันไหมคะว่าเจ้าตัว Facer มีไว้ทำอะไร ตัวนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ในการแต่งหน้า ที่เอาใช้ทดแทนพัฟ หรือแปรงแต่งหน้า ทำงานด้วยถ่านขนาดเล็ก ถ้าซื้อมาใช้ก็จะมีพัฟมาให้อีก 4 ชิ้น ในกล่องก็จะอธิบายวิธีการใช้อยู่แล้ว

ข้อดีของเจ้าตัว Facer นี้คือมือของเราไม่ต้องเปื้อน ลองคิดดูสิคะ จะทา BB แต่ละครั้ง ก็ต้องใช้มือตบ ๆ หรืออาจใช้แปรง แต่เราก็ต้องบีบมาไว้ที่มือก่อนอยู่ดี กว่าจะแต่งหน้าเสร็จยังต้องล้างมือล้างแปรงอีก

ด้วยการสั่นสะเทือนจะทำให้แรงที่ตบเนื้อบีบีสม่ำเสมอ ไม่แรงมากเกินไปจนอาจทำให้หน้าเราเหี่ยวหรือเป็นริ้วรอย

นอกจากนี้ก็ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน ภายในเวลาอันรวดเร็ว กินเนื้อบีบีน้อยกว่าพัฟทั่วไป หรือแปรง

การสั่นสะเทือนที่สม่ำเสมอนี้ นอกจากช่วยให้เรียบเนียนแล้ว ยังช่วยให้เนื้อบีบี เกาะติดทนนาน ช่วยเติมร่อง หรือรูขุมขนให้เต็มขึ้น

วิธีใช้

ข้อเสีย ด้านการใช้งานเมื่อเทียบกับการแต่งหน้าตามปกติ เจ้าสิ่งนี้ถือว่าไม่มีข้อเสีย แต่เมื่อเทียบราคา Facer จะมีราคาสูงกว่า โดยประมาณจะอยู่ที่ 1,500 บาท ถ่านก้อนหนึ่งใช้ได้นาน ถ้าดูแลรักษาดี ๆ จะใช้ได้นาน ถือว่าคุ้มทีเดียว

แต่ถ้าเทียบกับ Facer ยี่ห้ออื่น ๆ Skin79 อาจจะด้อยกว่า เพราะความหนาของพัฟที่มากกว่า ทำให้กินเนื้อบีบีมากกว่า Facer ยี่ห้ออื่นที่มีพัฟบางกว่า และตัวพัฟที่ใหญ่และกลม ไม่สามารถขยับได้ ทำให้เข้าตามซอกต่าง ๆ เช่นร่องจมูกได้ลำบาก

 20131122_142942

มาพูดถึงบีบีครีมกันบ้าง บีบีตัวนี้ควบคุมความมันได้ดี มีกันแดดด้วย มีกระจก และมี Lip &Cheek สีชมพูกุหลาบสวย

เนื้อบีบี บาง เบา ไม่หนา ทาแล้วหน้าจะดูขาวสว่างขึ้น เหมาะกับทุกสีผิว เมื่อทาไปแล้วจะรู้สึกว่า เฮ้ย มันขาวไปรึเปล่า แต่พอเราเกลี่ย ๆ ไปสักพักมันจะค่อย ๆ ปรับไปเองจนไม่ขาวมากเกินไป หน้าไม่ลอยแน่นอน เว้นแต่คุณจะใช้บีบีเยอะเกิน หนาเกิน และลืมทาคอ เรื่องนี้โทษบีบีไม่ได้ ต้องโทษตัวเองนะคะ

วิธีใช้เปิดฝาออกมาแล้วกดเบา ๆ เนื้อบีบีจะขึ้นมา เอา BB Facer ไปแตะแล้วทาที่หน้า ใครจะใช้แปรง ใช้มือก็ตามสะดวกค่ะ แต่เชื่อเถอะ ถ้าได้ลองใช้ Facer แล้ว จะไม่อยากกลับไปใช้แบบเก่า เพราะความเนียนของผิวหน้าต่างกันมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่แต่งหน้าไม่เก่ง หรือแต่งไม่เป็น ผิวหน้าก็จะออกมาเนียนเรียบเหมือนมีมืออาชีพมาแต่งให้ ภายในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าหน้าคุณไม่ได้เลวร้ายมาก ภายใน 1-2 นาทีก็เสร็จแล้ว

ก่อนใช้ และหลังใช้

ก่อนใช้ และหลังใช้

ความเรียบเนียน ปกปิดริ้วร้อยต่าง ๆ ถ้าเต็ม 10 ให้ 8 คะแนน ปกปิดดีรอยแดง ริ้วร้อย รอยสิว จะหายไปเลย แต่ถ้าคุณมีสิวเม็ดเท่าช้าง มันก็แค่ช่วยให้ดูเล็กลง (คงไม่มียี่ห้อไหนทำให้หายไปได้) สำหรับคนที่ผิวหน้าไม่ได้ย่ำแย่มาก ปกปิดเรียบสนิท เนียนมาก ๆ สำหรับคนที่สิวเยอะ แต่ไม่ได้รูขุมขนกว้างมากนัก คุณโชคดีแล้ว เพราะตัวนี้จะปิดมิดทุกอย่าง แต่สำหรับคนที่รูขุมขนกว้างมาก ๆ มองไกล ๆ ก็เห็นเป็นหลุม ๆ บนใบหน้า เจ้าบีบีตัวนี้ช่วยให้ตื้นขึ้น อาจจะเนียนสู้คนผิวดี ๆ ไม่ได้ แต่ถือว่าใช้ได้เลย

มาพูดถึง Lip &Cheek ที่อยู่ด้านบนบ้าง ทาแก้มก่อนลงแป้ง ใช้ดีมาก ๆ ติดทนนาน อยู่ได้ทั้งวันเลย แถมสียังสวยอีก หรือจะทาเป็นลิปก็ดูดี ได้ริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติ สำหรับชุดนี้ ที่ชอบที่สุดนอกจากตัว Facer ก็เป็น Lip &Cheek นี่แหละ

 20131122_143943

สุดท้ายแล้ว เมื่อแต่งหน้าสวยเด้งกันไปแล้ว ถ้าล้างไม่หมดหน้าก็อาจจะพังได้ ขอแนะนำ BB Cleanser เขาโฆษณาว่าล้างออกหมดจดในครั้งเดียว ตอนบีบออกมาจะเป็นเจลสีขาวขุ่น ๆ ทาให้ทั่วใบหน้า จากนั้นรอ… ไม่ต้องทำอะไรเลย รออย่างเดียว เดี๋ยวมันจะทำงานของมันเอง

เจ้าสิ่งนี้ก็เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้ มีหลาย ๆ ยี่ห้อทำกันแล้ว คือใช้ O2 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อออกซิเจน ดันสิ่งสกปรกออกมาจากรูขุมขน วิธีนี้ช่วยทำความสะอาดได้ล้ำลึกกว่าการล้างหน้าแบบเดิม ๆ บางยี่ห้อช่วยดันสิวเสี้ยนออกมาด้วย (ออกบ้างเป็นบางส่วน ไม่ได้ออกทั้งหมด)

ใช้ครั้งละ 1-2 ปั้ม

ใช้ครั้งละ 1-2 ปั้ม

เวลาใช้ก็ง่าย ๆ แค่ทาบาง ๆ ให้ทั่ว และรอจนฟองมันขึ้นหนาจนมองไม่เห็นสีด้านบนผิวแล้วล้างออก จากนั้นก็ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าปกติ

การรอให้มันทำงานเองจะช่วยรักษาผิวหน้าเรา ถ้าเราเอามือไปถู ไปขัดไปล้าง หน้าเราจะเหี่ยวไว มีริ้วรอย และยังช่วยเติมออกซิเจนให้ผิว ทำให้หน้าเด็กด้วย ข้อดีของออกซิเจนนี้เองทำให้มีผลิตภัณฑ์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นครีม หรือมาส์กหน้า ที่โฆษณากันโครม ๆ ว่าช่วยเติมออกซิเจน ทำให้หน้าเด็กออกมาขายกันเต็มไปหมด

Cleanser ตัวนี้เต็ม 10 ให้ 7 เพราะต้องรอนานเกิน ใช้แล้วรู้สึกเสียเวลากับการรอ ถ้าเราใจร้อนไม่รอให้สิ่งสกปรกมันลอยออกมาให้หมด นั่นหมายถึงเราต้องล้างใหม่ เสียเพิ่มไปอีก 2 ปั้ม ทาบริเวณตาไม่ได้ จะแสบตา ควรใช้แค่ครั้งเดียว ถ้าทนรอไม่ไหว ใช้สองรอบสำหรับคนที่ผิวบอบบางมากอาจรู้สึกแสบผิว หรือผิวแห้งก็ได้ มันจะดีที่สุดถ้าทนรอ ใครที่ความอดทนต่ำไม่แนะนำให้ใช้

 

หวังว่าทุกคนที่อ่านจะชอบกันนะคะ แล้วครั้งหน้าจะมาแนะนำอะไร ต้องรอติดตามค่ะ

จบปัญหาสิวเสี้ยน ตอนที่ 1 มาส์กไข่ขาว

 

            สิว สิว สิว คำที่สาว ๆ เกลียด เพราะมันทำให้บนใบหน้ามีแต่จุด จุด จุด เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยนหัวขาว หรือหัวดำ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่าสิวเสี้ยนคืออะไร

 

สิวเสี้ยน คือสิวที่เกิดจากการอุดตันของไขมัน ถ้าเราบีบออกมาจะเห็นเป็นเส้นเล็ก ๆ ขาว ๆ ยิ่งคนที่มีผิวหน้ามันมาก หัวสิวก็จะยิ่งใหญ่ และมีปริมาณเยอะ กระจายทั่วใบหน้า เราเรียกว่าสิวหัวขาว ส่วนสิวหัวดำนั้นจะมีเส้นขนรวมอยู่ด้วย หรืออาจมีเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ขนอ่อน กระจุกรวมกันอยู่ในรูขุมขน

 

ใครที่เคยตามอ่านคอมเม้น หรือโพส ในเว็บบอร์ด Dek-d.com จะทราบว่าเคยให้คำแนะนำเรื่องปัญหาผิวหน้าไป เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่หน้ามันมาก รูขุมขนกว้าง มีปัญหาสิวเสี้ยน ใช้เวลาและวิธีการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาอยู่หลายปี จนผิวหน้าดีขึ้นตามลำดับ และวันนี้จะนำเสนอหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่เคยลองค่ะ

 

มาส์กไข่ขาว วิธีที่นิยมกันมาก เนื่องจากถูก ทำเองได้ที่บ้าน และให้ผลดีเสียด้วย วันนี้จะเสนอ 2 วิธีค่ะ

 

วิธีแรก ขอเรียกว่าการลอกสิวเสี้ยน

1.      ล้างหน้าให้สะอาดก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นสิวที่ลอกจะไม่ค่อยออก

2.      แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง แนะนำให้ใช้ไข่ใบเล็ก เพราะจะข้นกว่าใบใหญ่และมีปริมาณไข่ขาวมากกว่าไข่แดง เลือกไข่ที่มีคุณภาพหน่อยนะคะ

3.      ขั้นตอนต่อไปนี้ บางสูตรจะผสมน้ำผึ้งกับมะนาวลงไปด้วย เพื่อช่วยดับกลิ่นคาว แต่ขอแนะนำว่าถ้าทนกับกลิ่นของมันได้ก็ใช้เพียว ๆ เถอะค่ะ เพราะมะนาวน้ำผึ้งจะไปลดประสิทธิภาพของไข่ขาว ถ้ามันข้นไม่พอ

4.      จากนั้นล้างมือให้สะอาด เตรียมสำลีสะอาด แผ่นไม่บางหรือหนาเกินไป หรือจะใช้กระดาษซับมันก็ได้ (เป็นกระดาษนะไม่ใช่ฟิลม์) ทาไข่ขาวที่เตรียมไว้บนใบหน้า แปะสำลี หรือกระดาษซับมันลงไป รีดให้เรียบติดกับผิวหน้า ทิ้งไว้จนแห้งแข็ง

5.      เมื่อมาส์กแห้ง และแข็งดีแล้วก็ลอกออกเลยค่ะ จะมีสิวเสี้ยนติดออกมาด้วย แม้จะไม่หมดในครั้งเดียว แต่ทำบ่อย ๆ ก็ลดน้อยลง ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งนะคะ

6.      ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นทันที แล้วปะคบด้วยน้ำแข็ง นวดวนรอบ ๆ ใบหน้า

 

ข้อดี อย่างที่บอกไปตอนต้นวิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัด ทำเองได้ที่บ้าน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าพอใจ เพราะนอกจากจะลอกสิวเสี้ยนออกมาได้แล้ว หน้ายังตึงกระชับ หน้าดูขาวใสขึ้น เพราะไข่ขาวจะช่วยดูดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ขน และสิว สิ่งสกปรกต่าง ๆ ให้ออกมาด้วย

ข้อเสีย ตอนที่ลอกออกมานั้นถ้าใครหน้ามันเป็นพิเศษ จะสังเกตเห็นว่ารูบนหน้าของเราผลิตน้ำมันออกมาทันทีที่เราเอาสิวเสี้ยนออก ใช่แล้วค่ะ แม้เราจะกำจัดสิวเก่าออก แต่เราก็ยังคงได้สิวใหม่อยู่ดี คิดในแง่ดี เอาสิวหัวดำแสนน่าเกลียดออกไปแล้วเปลี่ยนเป็นสิวหัวขาวที่มองเห็นได้ยากกว่าก็ไม่เลวนัก

 

วิธีที่สอง พอกไข่ขาว

1.      วิธีนี้คล้าย ๆกับวิธีแรก ล้างหน้าให้สะอาดก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นไข่ขาวที่พอกไปจะไม่ได้ไปบำรุงผิว แต่จะไปบำรุงแบคทีเรียบนหน้าแทน

2.      แยกไข่ขาวจากไข่แดง แบบเดียวกับวิธีแรกเลยค่ะ ผสมมะนาวน้ำผึ้งได้ในชั้นตอนนี้ ตีส่วนผสมให้เข้ากัน หรือจะตีจนไข่ขาวเป็นฟองเล็กน้อยก็ได้ค่ะ

3.      ล้างมือให้สะอาด เตรียมสำลีสะอาด ใช้สำลีชุบไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ

4.      ทิ้งไว้จนแห้งสนิทดีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องปกติ หรือใครอยากล้างด้วยน้ำเย็นก็ไม่ว่ากันค่ะ ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งนะคะ

 

ข้อดี ผิวหน้าเนียนนุ่ม รูขุมขนกระชับ ดูหน้าดึงกระชับ ขาวใส ไข่ขาวช่วยดูดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกออกไป

ข้อเสีย วิธีนี้ไม่ช่วยในการลอกสิวเสี้ยนออกเลย ไม่ช่วยลดสิวเสี้ยนแต่อย่างใด

 

สนใจวิธีไหนก็ลองไปทำดูนะคะ ทั้งแบบ 1 และ 2 ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ที่สำคัญก่อนทำจะต้องล้างหน้าและมือให้สะอาด หลังทำแล้วก็จะต้องล้างให้สะอาดเช่นกัน และอย่าลืมทาครีมบำรุงทุกเช้าเย็นด้วยนะคะ เพราะเมื่อสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนออกไปแล้ว ครีมต่าง ๆ ที่ทาลงไปจะซึมซับสู่ผิวได้ดีขึ้น และให้ประสิทธิภาพได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

นวนิยายชุด

The Cupids บริษัทรักอุตลุด

                   สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้งกับนวนิยายชุด คราวนี้มีด้วยกันถึง 8 เล่ม เต็มอิ่ม จุใจกันเลยทีเดียว จากนักเขียนคุณภาพทั้ง 8 คน ของสำนักพิมพ์พิมพ์คำ

                  เพราะปมในอดีตทำให้สาว ๆ ทั้ง 8 ของ คิวปิดฮัตไม่ยอมมีแฟนกับเขาซะที แถมยังเกลียดวันวาเลนไทน์สุด ๆ ยิ่งภีมบอสจอมโหดสบประมาทพวกเธอว่าไร้น้ำยา หาแฟนไม่ได้ก็ยิ่งจี้ดดดด แอลกอฮอล์ในเลือดของแต่ละคนก็ไม่ใช่น้อย ๆ จึงเกิดเป็นสัญญากำจัดความโสด โดยมีเงินโบนัสเป็นเดิมพัน เพื่อหาคนที่ใช่ให้ได้ภายใน 1 ปี ถ้าใครหาแฟนได้เป็นคนสุดท้ายจะต้องจีบภีม เพื่อให้ได้เงินโบนัสคืน จะทำลายสัญญาก็ไม่ได้เพราะคำสาปแช่งแนบท้ายช่างร้ายกาจ เกริ่นเพียงแค่นี้ทุกคนก็คงอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไงใช่ไหมคะ

แนะนำตัวละครหลักกันก่อนค่ะ

ภีม บอสจอมเผด็จการ สมญาฮิตเลอร์ เจ้าของบริษัทคิวปิดฮัต

วราลี หรือเจ๊ลี พีเอเจ๊ใหญ่ของสาว ๆ ผู้ไหลลื่นไปได้ทุกสถานการณ์

พริมา หรือพริม หัวหน้าฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ฉายาแม่ชี หลงใหลโยคะเข้าเส้นเลือด

การะเกด หรือเกด พีอาร์สาวสวยระดับนางงาม เจ้าแม่งานอีเวนต์แห่งคิวปิดฮัต

แพรวราว หรือพราวด์ ผู้คุมกฎเว็บ คิวปิดรูม ดูแลลูกค้าสวยต่ำกว่ามาตรฐาน อดีตแก้วหน้าม้า ปัจจุบันนางงามเรียกพี่

หอมหมื่นลี้ หรือหอม กามเทพจูออน ผู้ไม่เคยเผยผิวหน้าที่แท้จริงให้ใครเห็น ดูแลลูกค้ากลุ่มออนไลน์ สวยมากถึงมากที่สุด

มิลิน หรือมิ้ม กามเทพคุมการเงิน ได้งานเพราะความเค็มประดุจเกลือ

นันทิสา หรือออย กามเทพฝ่ายบุคคล

หรรษา หรือหนูษา พีอาร์สาวจอมเปิ่น ซุ่มซ่าม และมึนนิด ๆ

สุดท้าย อังกาบ หรือ แองจี้ คอลัมนิสต์ เจ้าของคอลัมน์ “ฟลายไฮวิทแองเจิล” ในนิตยสารพิงก์เลดี้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ในบริษัท แต่นางพญาปลวกนางนี้ She ก็ตามไปป่วนทุกเรื่อง

ต้นฉบับ สัญญากำจัดความโสด

           ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555

          ณ บ้านเจ๊ลี เวลา 23.35 น.

           สัญญาฉบับนี้ ข้าพเจ้า นางสาวกามเทพทั้งแปดแห่งบริษัทคิวปิดฮัตยินยอมพร้อมใจกันเขียนขึ้นมา เพื่อลบคำสบประมาทของนายภีม เตชะดำรงกุล กรรมการผู้จัดการหรือฮิตเลอร์ของพวกเราให้จงได้

          พวกเราขอตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า จะต้องหาแฟนให้ได้ภายในหนึ่งปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาฉบับนี้เป็นต้นไป โดยมีเงินโบนัสประจำปีของทุกคนเป็นเดิมพัน

           รายละเอียดเงื่อนไขมีดังนี้

          หากใครหาแฟนได้แล้ว สามารถนำเงินโบนัสของตนเองออกไปจากเดิมพันได้ แต่หากใครหาแฟนไม่ได้ภายในหนึ่งปี เงินโบนัสทั้งหมดของผู้แพ้จะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนให้ผู้ชนะที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปเรียบร้อยแล้ว

          ในกรณีที่ทุกคนโชคดีหาแฟนได้กันหมด คนที่หาแฟนได้เป็นคนสุดท้ายถือว่าแพ้เดิมพัน และต้องแบ่งเงินโบนัสให้ผู้ชนะทั้งเจ็ดคนเท่า ๆ กัน

          ในกรณีที่ผู้แพ้ต้องการเงินโบนัสคืน ทางเดียวที่สามารถทำได้คือต้องจีบนายภีม เตชะดำรงกุล ให้สำเร็จภายในสามเดือน นับตั้งแต่สมาชิกคนที่เจ็ดมีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปเรียบร้อยแล้ว หากภายในสามเดือนผู้แพ้ปฏิบัติการไม่สำเร็จ จะต้องมอบเงินโบนัสของตนให้ผู้ชนะทั้งเจ็ดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น

           สิ่งที่แนบมาด้วย

          …คำสาปแช่ง…

          หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งกระทำการหาแฟนโดยมิสุจริต หรือว่าจ้างผู้ชายมาเป็นแฟน ไม่ว่าวิธีใดวิธีหนึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษ อย่าได้มีแฟนไปตลอดชีวิต ถ้าได้แต่งงานภายหลัง ก็ขอให้เจอะเจอกับผู้ชายที่ห่วยแตกที่สุดในโลก แต่งงานก็ขอให้หย่า อย่าได้มีความสุขในชีวิตแต่งงานไปตลอดชีวิต

          ข้าพเจ้าทั้งแปดได้อ่านสัญญาฉบับนี้และลงลายมือชื่อด้วยความเต็มใจ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกเป็นพยาน หากข้าพเจ้าบิดพลิ้วหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือฉีกสัญญาทิ้ง ก็ขอให้มีอันเป็นไปภายในสามวันเจ็ดวัน ขอให้เป็นหมัน ขอให้ขี้เหร่ อัปลักษณ์ไปตลอดชาติ สาธุ!…

แค่ได้อ่านสัญญาก็เชื่อว่าทุกคนคงอยากเป็นเจ้าของหนังสือทั้งแปดเล่มนี้แล้วแน่นอน แต่เดี๋ยวก่อน แค่นี้ยังไม่พอ อ่านกันต่อไปแล้วจะรู้ว่านวนิยายชุดนี้จะอ่านสนุกที่สุดต้องอ่านให้ครบ ทำไมน่ะหรอ? ก็เพราะว่าทั้งแปดเล่มมีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกัน อยู่ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน ใช้ตัวละครร่วมกัน ในแต่ละเล่มก็จะเล่าผ่านมุมมองและช่วงเวลาของสาว ๆ แต่ละคน เรามาดูเล่มแรกกันเลยค่ะ

 

 

กามเทพหรรษา – ปลดล็อกหัวใจแล้วโบยบินไปกับรัก – อิสย่าห์

“แค่ต้องหาแฟนให้ได้ภายในหนึ่งปีเพราะสัญญากำจัดความโสดสุดหฤโหดนั่น

หรรษา พนักงานสาวแสนซุ่มซ่าม โก๊ะนิด ๆ มึนหน่อย ๆ ของบริษัทคิวปิดฮัต

ก็เครียดจนน้ำในหูแทบจะไม่เท่ากันอยู่รอมร่อ!

นี่ยังได้รับภารกิจให้ไปเจรจากับ ทิม พิชยธร

ซีอีโอหนุ่มหล่อที่คงสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์พันธุ์โหด!

เพื่อขอร้องให้เขายุติการฟ้องร้องคิวปิดฮัตที่ทำให้เขาต้องเป็นข่าวฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์

แม่สาวจอมเปิ่นจึงจำต้องตามตื๊อทิม

แถมต้องทนกับวาจาและสายตาหยามเหยียดของตาบ้านั่น

จนทั้งสองต้องเผชิญกับเรื่องวุ่น ๆ และตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายร่วมกันหลายครั้ง

แต่สุดท้ายเหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร

เมื่อจู่ ๆ ทิมกลับพลิกบทบาทมาเป็นฝ่ายตามตื๊อหรรษาเสียเอง

โอ้ว แต่บริษัทเธอมีกฎเหล็กว่า… ห้ามพนักงานเคลมลูกค้ามาเป็นแฟนเด็ดขาด!”

 

หรรษา หรือ หนูษา สาวโก๊ะจอมเปิ่น ซุ่มซ่ามสุด ๆ สามารถบาดเจ็บได้ตลอด แถมยังพาเอาคนใกล้เคียงเจ็บตัวไปด้วยบ่อย ๆ และนั่นก็คือสาเหตุที่หนูษาไม่มีแฟนซะที เมื่อต้องการได้เงินโบนัสคืนหนูษาก็ต้องหาแฟนให้ได้ แต่ยังไม่ทันได้หาแฟนปัญหาก็เข้ามาซะก่อน เมื่อมีนักข่าวคนหนึ่งแอบเข้าไปในงานเลี้ยงคนโสด และถ่ายรูปของธรณ์ พิชยธร ข้าง ๆ กันเป็นแองจี้ที่ยืนร่อนสะโพกอยู่ จนกลายเป็นข่าวดัง ทำให้ทิม พิชยธร ไม่พอใจและประกาศจะฟ้องบริษัท

เสียเงินโบนัสยังไม่หนักเท่าโดนไล่ออก งานนี้หรรษาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ทิมเปลี่ยนใจ และไม่ฟ้องบริษัท กามเทพหนูษาต้องตามเขาไปทุกที่ แต่ระหว่างนั้นเกิดอุบัติเหตุทั้งสองคนติดอยู่บนเรือกลางทะเล พอได้อยู่ด้วยกันทิมและหนูษาก็เริ่มมีใจให้กัน หนูษาไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และคิดว่าทิมคงไม่ได้สนใจเธอจริง ๆ ถึงสนใจก็รักกันไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายเป็นลูกค้าของบริษัท

หนูษาและทิมกับขึ้นฝั่งได้ ทิมตัดสินใจไม่ฟ้องคิวปิดฮัต ภีมก็เรียกเข้าไปพบและบอกให้ทำตัวดี ๆ เพราะภาพข่าวที่ออกมาต้องมีคนจำได้แน่ ๆ ว่าหนูษาไปอยู่บนเรือกับทิมที่เป็นลูกค้า หนูษาพยายามหนีจากทิม ทิมก็พยายามตาม เขาหมั่นโทรหา หมั่นส่งข้อความ และยังตามไปป่วนหนูษานัดเดตกับผู้ชายที่ แมน หรือมินนี่ เพื่อนเกย์หาให้

ทิมบอกรักหนูษา หนูษาตกใจมากทิมขอให้กลับไปคิดก่อน ต่อมาธรณ์มาขอเบอร์หนูษาจากทิม อ้างว่าเพราะรัก เมื่อหนูษาตัดสินใจรับรักทิม ทิมก็ปฏิเสธเพราะต้องการเสียสละให้น้องชาย ปัญหาหัวใจยังไม่ทันจบ ปัญหาอื่นก็เข้ามา เมื่อหนูษา แองจี้ และแมนถูกทำร้าย เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง ใครเป็นคนร้าย แองจี้จะป่วนได้มากแค่ไหน ทิมกับหนูษาจะลงเอยกันได้อย่างไร ตามอ่านได้ในกามเทพหรรษานะคะ

สัมภาษณ์พิเศษ: ‘the Cupids บริษัทรักอุตลุด’ กามเทพหรรษา โดย อิสย่าห์

http://www.satapornbooks.com/News/News.aspx?id=1662

อ่านตัวอย่างได้ที่

http://www.satapornbooks.com/Book/BookDetail.aspx?id=1980

 

 

กามเทพออกศึก – เมื่อกามเทพออกรบต้องสยบด้วยความรัก – อุมาริการ์

“โอว์ โน!

เพราะสัญญาสลายโสดฉบับวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาแท้ๆ

หอมหมื่นลี้ กามเทพสาวแห่ง คิวปิดฮัต

สาวหมวยอกคัปซี เจ้าของผิวขาวจนเกือบเรืองแสงและมั่นใจว่าตัวเองคือ ผีจูออน

ต้องจำใจกัดฟันกระโดดเข้าร่วมรบในสมรภูมิรักเพื่อตามหา คนที่ใช่ ร่วมกับเพื่อนสาวอีกเจ็ดนาง

โดยมีเครื่องสำอางชุดใหญ่ และ ปี คนขับแท็กซี่หนุ่มขาประจำ คอยช่วยเหลือ

แต่แล้วเธอกลับพบว่าเป้าหมายในการรบครั้งนี้คือหัวใจของกุนซือหนุ่มนั่นเอง

ทว่า…

ถึงเธอจะเป็นผีจูออนสาว

แต่ก็มีตำแหน่งตั่วเจ้โรงงานลูกชิ้นหมูติดตัวมาแต่เกิด ส่วนเขาเป็นแค่ คน-ขับ-แท็ก-ซี่

ยิ่งกว่านั้นเขายังชื่นชอบผิวหน้าเปล่าเปลือยของเธอเป็นที่สุด

แต่จะให้เธอไปไหนต่อไหนในสภาพผีจูออนตอนตกถังแป้งสามถังงั้นหรือ

ผัน-ไป-เถอะ!

มิหนำซ้ำปริศนาลึกลับที่ติดตามตัวคนขับรถหนุ่มราวกับเงาก็ทำให้กามเทพสาวเริ่มคลางแคลงใจ

ปีเป็นใคร และศึกรักครั้งนี้จะจบลงด้วยความรักแน่หรือ

และเธอจะได้มีโอกาสเอ่ยประโยคนี้สักครั้งไหมในชีวิต

ประโยคที่บอกว่า…

โอว์ เยส ไอเลิฟยู วาเลนไทน์”

                                  หอมหมื่นลี้ หรือหอม กามเทพสาวที่คิดว่าหน้าตัวเองเหมือนผีจูออน จนขาดเครื่องสำอางไม่ได้ เดือนเมษา ผ่านวาเลนไทน์มา 2 เดือนแล้ว หอมก็ไม่มีวี่แววว่าจะหาหนุ่ม ๆ ได้ ในขณะที่เพื่อน ๆ คนอื่นก็ดูมีท่าทางแปลก ๆ หนูษาก็เอาแต่เหม่อหลังจากกลับมาจากติดบนเรือกับทิม แพรวพราวก็ติดแชต เกดก็ดูสวยสดใสกว่าปกติ ไม่ว่าดูยังไงทุกคนก็ดูมีพิรุธไปหมด ก่อนกลับบ้านมีอีเมลสมัครสมาชิกส่งเข้ามา หอมดูแล้วพบว่าคนนี้สเปกเธอเลย ยิ่งเห็นเพื่อน ๆ มีพิรุธ ก็ทนไม่ได้แอบสมัครสมาชิกใช้ชื่อล้อมดาว และใช้โปรแกรมเนื้อคู่ประตูดวง ผลปรากฏว่าเจ้าของอีเมลฉบับนั้นสมพงศ์กับเธอมาก

หอมลบชื่อล้อมดาวออกจากฐานข้อมูล และส่งไฟล์แนบรูปถ่ายไปให้เจ้าของอีเมล ไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบตกลงที่จะมาพบ แต่นายพดด้วงคิดวางยาเธอโชคดีปีมงคล หรือปี คนขับแท็กซี่เจ้าประจำมาช่วยไว้ก่อน ปีสงสัยว่าทำไมหอมต้องหาแฟน ในเมื่ออดีตเธอเคยบอกว่าจะไม่มีแฟนอีก

หลังจาหอมเรียนจบ แฟนหนุ่มที่คบกันมาก็มอมเหล้าและพาไปโรงแรมในวันวาเลนไทน์ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรฝ่ายชายก็ตกใจผีหลอกขับรถหนีไป เด็กเฝ้าม่านรูดก็เป็นลม หอมดูหน้าตัวเองในกระจกพบว่าเครื่องสำอางที่แต่งมาละลายไปหมด บวกกับผ้าปูเตียงที่มาคลุมตัว ยิ่งทำให้ดูเหมือนผี หอมวิ่งตามรถไปแต่ก็ไม่ทันได้แต่กรี๊ดอยู่กลางถนน ขณะนั้นเองปีขับรถผ่านมา ปีไม่ได้มีท่าทางกลัวหอมเลยนั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกัน และอีกสามปีต่อมาปีก็กลายเป็นคนขับรถประจำตัวเธอ

ปีถามจนหอมเล่าเรื่องสัญญาให้ฟัง หอมขอให้ปีช่วยเป็นที่ปรึกษาเรื่องหาแฟน ปีก็ตกลง หลังสงกรานต์ หอมโดนภีมตำหนิเรื่องพดด้วงมาฟ้องว่าลูกค้าที่หาให้พาแฟนมารุมหวังฉกทรัพย์ และยังลงหนังสือพิมพ์ด้วย หอมแย้งว่าพดด้วยคิดวางยาลูกค้า ภีมให้หอมหาแฟนให้พดด้วงให้ได้ภายใน 3 เดือน แต่ไม่มีหญิงสาวคนไหนออกเดตด้วยสักคน

หอมคิดจะจัดงานเลี้ยงธีมงานวัด เชิญพดด้วงให้มาเจอกับแองจี้ แต่รถที่ส่งขนมคว่ำ หอมต้องไปเอาด้วยตัวเอง ปีขับเครื่องบินไปเอาหอมเมาเครื่องบวกกับความเหนื่อยก็สลบไป ปีจึงต้องพามาพักหัวหิน ส่วนขนมก็ให้คนเอาไปส่งให้

ปีเป็นผู้กำกับหนังและคิดพล็อตหนังได้จากเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน และหวังว่าจะให้หอมยอมเผยหน้าที่แท้จริง เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างทำให้ทั้งปีและหอมต่างมีใจให้กัน ติดที่ปีเป็นคนขับแท็กซี่ ทางบ้านของหอมไม่มีทางยอมรับได้แน่ และหอมเองก็สงสัยว่าจริง ๆ แล้วปีเป็นใครกันแน่

หลังงานเลี้ยงภีมเรียกหอมไปตำหนิเรื่องให้พดด้วงและแองจี้มาเจอกัน พดด้วงจำได้ว่าหอมคือล้อมดาว และขู่ให้คบกันไม่อย่างนั้นจะฟ้องภีม ช่วงที่หอมมีปัญหาปีก็หายไป แต่แล้วปีก็กลับมาช่วยและทำให้พดด้วงเลิกยุ่งกับหอม โดยแนะนำให้ไปหาแฟนจากงานเลี้ยงรุ่นสมัยอนุบาล พดด้วงมาขอบคุณทำให้หอมรู้ว่าจริง ๆ แล้วปีเป็นผู้กำกับ จากนั้นไม่นานก็มีนิตยสารลงเรื่องหนังของปีที่เป็นเรื่องของหอมได้รับรางวัล หอมทั้งโกรธ ทั้งผิดหวังและเสียใจ เรื่องนี้จะจบยังไง ตามอ่านกันนะคะ

สัมภาษณ์พิเศษ:‘the Cupids บริษัทรักอุตลุด’ กามเทพออกศึก โดย อุมาริการ์

http://www.satapornbooks.co.th/News/News.aspx?id=1663

อ่านตัวอย่าง

http://www.satapornbooks.co.th/Book/BookDetail.aspx?id=1981

ตอนเราเรียนหนังสือ ครู อาจารย์ ก็สอนเราว่า พระสงฆ์ เรียก รูป พระพุทธรูป เรียก องค์ แต่เวลาใช้ เราก็เห็นว่าบางคนนั้นก็ใช้องค์กับพระสงฆ์ แล้วจริง ๆ มันเป็นอย่างไหนกันแน่ละ

หลาย ๆ คนก็บอกว่า พระสงฆ์นั่นแหละ เรียกรูป ครูสอนมาแบบนี้ตั้งแต่เด็ก บางคนก็บอกว่า ก็พ่อแม่ฉันเรียก องค์ สมัยก่อนเขาก็เรียกกันแบบนี้ บ้างก็ว่าใช้ได้ทั้ง ๒ คำ

ตกลงครูสอนเราผิด หรือ ครูเขานั่นแหละที่สอนผิด จากความสงสัยนี้ก็เปิดพจนานุกรมดู ความหมายของ ๒ คำนี้

องค, องค์ [องคะ] น. ส่วนของร่างกาย, อวัยวะ, ตัว (ราชาศัพท์ใช้สำหรับ
พระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และพระบรมวงศ์ชั้นสูงที่ทรง
ได้รับพระราชทานฉัตร ๗ ชั้น ใช้ว่า พระองค์ เช่น แต่งพระองค์);
ส่วนย่อยที่เป็นองค์ประกอบ เช่น มรรคมีองค์ ๘; ในราชาศัพท์
ใช้เป็นลักษณนามเรียกอวัยวะหรือสิ่งของ หรือคำพูด เป็นต้น
ของกษัตริย์หรือเจ้านาย เช่น พระทนต์ ๑ องค์ (ฟัน ๑ ซี่) พระศรี
๑ องค์ (หมาก ๑ คํา) พระที่นั่ง ๑ องค์ พระบรมราโชวาท ๒ องค์;
ลักษณนามใช้เรียกสิ่งที่เคารพบูชาบางอย่างในทางศาสนา เช่น
พระพุทธรูป ๑ องค์ พระเจดีย์ ๒ องค์, (ปาก) ลักษณนามใช้เรียก
ภิกษุสามเณรนักบวชในศาสนาอื่น เช่น ภิกษุ ๑ องค์ บาทหลวง
๒ องค์. (ป., ส. องฺค).
รูป, รูป– [รูบ, รูบปะ–] น. สิ่งที่รับรู้ได้ด้วยตา เป็นขันธ์ ๑ ในขันธ์ ๕ คือ รูป
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ, ร่าง เช่น โครงรูป, ร่างกาย เช่น รูปตัวคน
รูปตัวสัตว์, เค้าโครง เช่น ขึ้นรูป, แบบ เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปรี รูปไข่;
ลักษณนามใช้เรียกพระภิกษุสามเณร เช่น พระรูปหนึ่ง สามเณร ๒ รูป.
ส. คําใช้แทนตัวผู้พูดสําหรับพระภิกษุสามเณรพูดกับคฤหัสถ์, เป็น
สรรพนามบุรุษที่ ๑. (ป., ส.).

จะเห็นว่าใช้ได้ทั้ง ๒ คำ คือรูป และ องค์

แล้วที่ครูสอนเรามานั่น สอนผิดหรือ ในเมื่อมันใช้ได้ทั้ง ๒ อย่าง แล้วทำไมสอนแค่อย่างเดียวละ

ครูไม่ได้สอนผิดค่ะ ลักษณะนามของพระสงฆ์ ที่ถูกต้องนั้น เรียกว่า รูป ส่วน องค์ เป็นภาษาปาก เช่น

กินบ้านกินเมือง ไม่ได้หมายถึงไปโกงใคร แต่เป็นภาษาปาก หมายถึง นอนตื่นสายมาก ก็จะเรียกกันว่า นอนกินบ้านกินเมือง คำว่าผัวเมีย ,คำว่าวัวควาย ,เว่อร์ ,มหาลัย ก็เป็นภาษาปากเช่นกัน

แล้วทำไมครูถึงสอนเพียงอย่างเดียวละ? นั่นเพราะว่าครูสอนภาษาเขียนให้เราค่ะ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการเขียน และการพูด เช่น “ป้าค่ะ วัดนี้มีพระกี่รูป / องค์”

ภาษาปาก หรือก็คือภาษาพูด ใช้พูดคุยธรรมดาค่ะ เป็นภาษาที่ไม่เคร่งครัดในหลักภาษา อาจใช้พูดคุยเฉพาะกลุ่ม และอาจใช้ในงานเขียนแนวบันเทิง เช่น บทพูดของตัวละครในนิยาย หรือเรื่องสั้น เช่น “แม่ ๆ วันนี้เราจะใส่บาตรพระกี่องค์?”

จากตัวอย่างด้านบน ก็พอจะเห็นว่า ภาษาปากบางคำก็ดูไม่สุภาพมากนัก เป็นภาษาชาวบ้าน พูดกับคนสนิทคงไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าพูดกับคนทั่วไปมันก็คงดูไม่ดี เช่น “วันนี้ฉันเห็นผัวแกเดินกับใครก็ไม่รู้” คุยกับเพื่อน ใช้ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ไหวนะค่ะ “เจ้านายคะ ผัวเจ้านายมาค่ะ” แบบนี้เจ้านายไม่ปลื้มแน่นอนค่ะ

ลักษณะนามอื่น ๆ ค่ะ

พระพุทธรูป ลักษณนามใช้ องค์

พระสงฆ์, ภิกษุ, ภิกษุณี ลักษณนามใช้ รูป, องค์

ชี ลักษณนามใช้ คน

สามเณร, สามเณรี ลักษณนามใช้ รูป

บาทหลวง ลักษณนามใช้ รูป

นักบวช, นักบุญ (ในคริสต์ศาสนา), นักพรต ลักษณนามใช้ รูป

นักสิทธิ์ (ฤษี, ฤาษี, ผู้สำเร็จ) ลักษณนามใช้ ตน

อนุรักษ์ภาษาไทย ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนะคะ

ชุดวิชา 32447 การบัญชีภาษีอากรและการวางแผนภาษี

กิจกรรม 2

โจทย์

นายวิโรจน์ ประกอบกิจการรับจ้างติดตั้งผ้าม่าน ในนามส่วนตัว ปี 2552 มีรายได้ 3 ล้านบาท ในปี 2553 นายวิโรจน์ ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่ ในการรับจ้างติดตั้งผ้าม่านให้กับหมู่บ้านจัดสรร จึงต้องการร่วมทุนกับนายเสถียร และนายกอบกิจ เพื่อดำเนินการดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีรายได้ทั้งสิ้น 30 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามความจำเป็นและสมควร 24 ล้านบาท (เงินได้จากการรับจ้างติดตั้งผ้าม่านหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ร้อยละ 70 ของรายได้)

คำถาม : นายวิโรจน์ นายเสถียร และนายกอบกิจ ได้มาปรึกษาท่านเกี่ยวกับภาระภาษีข้างต้น ของปี 2553 ในกรณีดังต่อไปนี้ ท่านจะแนะนำอย่างไร

กรณีที่ 1 ในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว หากต้องการจัดตั้งเป็นบุคคลธรรมดา และเสียภาษีประเภทห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

–          กิจการต้องเสียภาษีเงินได้เป็นจำนวนภาษีเท่าใดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กิจการ และเหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายจริง หักค่าลดหย่อน และหลังหักภาษี(ที่ควรจ่าย)เป็นจำนวนเท่าใด แสดงการคำนวณประกอบ

กรณีที่ 2 หากต้องการจดทะเบียน จัดตั้งเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท (ชำระมูลค่าหุ้นแล้ว)

–          บริษัทมีกำไรสุทธิก่อนหักภาษีเท่าใด ต้องเสียภาษีในอัตราภาษีเท่าใด เป็นเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าใด และมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเท่าใด แสดงการคำนวณประกอบ

กรณีที่ 3 หากต้องการจดทะเบียน จัดตั้งเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนไม่ถึง 5 ล้านบาท

–          บริษัทมีกำไรสุทธิก่อนหักภาษีเท่าใด เป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าใด และมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเท่าใด แสดงการคำนวณประกอบ

กรณีที่ 4 – ท่านจะแนะนำให้นายวิโรจน์เลือกรูปแบบการประกอบกิจการแบบใด จึงจะเป็นการวางแผนภาษีที่ดีเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้ประโยชน์สูงสุดแก่กิจการ

–          แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสีย เกี่ยวกับการควบคุมดูแลธุรกิจและการเลือกหักค่าใช้จ่ายอย่างไร

กรณีที่ 5 – จากกรณีที่ 1 กรณีที่ 2 และกรณีที่ 3 กรณีใดบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าใด

เฉลย

กรณีที่ 1

การคำนวณวิธีที่ 1 แบบเหมาจ่าย

เงินได้จากการรับจ้างติดตั้ง                                                                                30 ล้าน

หัก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง                                                                                  21 ล้าน

คงเหลือ                                                                                                                    9 ล้าน

หัก ลดหย่อนส่วนตัว                                                                                          60,000

คงเหลือเงินสุทธิเพื่อคำนวณภาษี                                                                    8,940,000

การคำนวณวิธีที่ 1 แบบหักค่าใช้จ่ายตามจริง

เงินได้จากการรับจ้างติดตั้ง                                                                                30 ล้าน

หัก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง                                                                                  44 ล้าน

คงเหลือ                                                                                                                    6 ล้าน

หัก ลดหย่อนส่วนตัว                                                                                          60,000

คงเหลือเงินสุทธิเพื่อคำนวณภาษี                                                                    5,940,000

เงินได้สุทธิ                                                           ช่วงเงินได้สุทธิ*อัตราภาษี                                               จำนวนภาษี

0-100,000                                                                                                                                                             ยกเว้น

มากกว่า100,000 ถึง 150,000                                                                                                                           ยกเว้น

มากกว่า 150,000 ถึง 500,000                          350,000 X10%                                                                   35,000

มากกว่า 500,000 ถึง 1,000,000                      500,000X20%                                                                     100,000

มากกว่า 1,000,000 ถึง 4,000,000                  3,000,000X30%                                                                 900,000

เกิน 4,000,000 ขึ้นไป                                        1,940,000X37%                                                                 717,800

1,752,800

วิธีที่ 2

เงินได้ประเภทที่ 2-8                                                                                                          30 ล้าน

คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของ 30 ล้าน                                                              เท่ากับ 150,000

ภาษีเงินได้ที่ต้องเสียคือจำนวนที่สูงกว่า ระหว่า 1,752,800 กับ 150,000

สรุป เสียภาษี 1,752,800 บาท เพื่อประโยชน์สูงสุดของกิจการ และเหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายจริงกับหักค่าลดหย่อน เป็นจำนวน 5,940,000 และหลังหักภาษีเป็นจำนวน 1,752,800 จึงเหลือเงิน 4,187,200

กรณีที่ 2

รายได้ทั้งสิ้น                                                         30 ล้าน

หัก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง                                  24 ล้าน

กำไรสุทธิก่อนหักภาษี                                         6 ล้าน

หัก ภาษีเงินได้นิติบุคคล (6ล้าน*30%)          1,800,000

กำไรสุทธิหลักหักภาษี                                       4,200,000

สรุป มีกำไรก่อนหักภาษี 6 ล้าน ต้องเสียภาษีอัตรา 30% เป็นจำนวน 1,800,000 มีกำไรหลังหักภาษี 4,200,000

กรณี 3

เงินได้สุทธิ                                                           ช่วงเงินได้สุทธิ*อัตราภาษี                                               จำนวนภาษี

0-150,000                                                                                                                                                             ยกเว้น

มากกว่า 150,000 ถึง1,000,000                       850,000 X15%                                                                   127,500

มากกว่า 1,000,000 ถึง 3,000,000                  2,000,000X25%                                                                 500,000

เกิน 3,000,000 ขึ้นไป                                        3,000,000X30%                                                                 900,000

1,527,500

รายได้ทั้งสิ้น                                                         30 ล้าน

หัก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง                                  24 ล้าน

กำไรสุทธิก่อนหักภาษี                                         6 ล้าน

หัก ภาษีเงินได้นิติบุคคล (6ล้าน*30%)          1,527,500

กำไรสุทธิหลักหักภาษี                                       4,472,500

สรุป มีกำไรก่อนหักภาษี 6 ล้าน ต้องเสียภาษี เป็นจำนวน 1,527,500 มีกำไรหลังหักภาษี 4,472,500

กรณีที่ 4

4.1 แนะนำให้เลือกแบบกรณี 3

4.2 ข้อดีข้อเสีย… อ่านเองในหนังสือ

กรณีที่ 5

ตอบ ทั้ง 3 กรณี

 

Half Prince ตำนานวุ่นวาย เจ้าชายครึ่งร่าง

 

เมื่อโลกแห่งความเป็นจริง “เธอ” คือ “สาวน้อย”

แต่ในอีกโลกหนึ่ง “เธอ” กลับเป็น “ชายหนุ่ม”

เพื่อลบคำปรามาสอันแสนระคายหู

เพื่อพิสูจน์ให้ทั้งโลกได้รับรู้ถึงความร้ายกาจ

“สาวน้อย” จึงต้องกลายเป็น “เอลฟ์หนุ่มรูปงาม”

เรื่องวุ่นวาย แสนปั่นป่วน จึงบังเกิดขึ้น

 

สวัสดีค่ะ มาแนะนำหนังสือดี ๆ สนุก ๆ กันอีกแล้ว หนังสือที่จะแนะนำในวันนี้คือเรื่อง ½Prince ตำนานวุ่นวายเจ้าชายครึ่งร่าง จากสำนักพิมพ์พูนิก้า ของนักเขียนคุณภาพ อวี้หว่อ เจ้าของผลงานเขียนนิยายแฟนตาซีดัง ๆ หลายเรื่อง

เรื่องนี้เป็นซีรีย์แรกของ Miracle White คงไม่ต้องบอกแล้วนะคะว่าคืออะไร เพราะได้บอกไปแล้วในแนะนำหนังสือ Do XXX Now!!ทำเดี๋ยวนี้!ยัยภูติรับใช้ ก่อนที่จะแนะนำเรื่องอื่น ๆ ต่อ เรามาเริ่มที่การแนะนำตัวละครกันก่อนค่ะ

 Set 1 Half Prince ตำนานวุ่นวาย เจ้าชายครึ่งร่าง

 ด้านบนเป็นลิงค์วิดีโอค่ะ

ชื่อ – เจ้าชาย

เผ่า – เอลฟ์

อาชีพ – อัศวิน

เพราะมีใบหน้าหล่อเหลา ดึงดูดสาว ๆ

แต่ต้องมาโชคร้ายเมื่อเจอกับเสี่ยวหลงหนี่

ผู้เป็น GM แฝง และได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มผจญภัย

อันแสนประหลาดขึ้นมาใน Second Life

 

ชื่อ – เสี่ยวหลงหนี่

เผ่า – เอลฟ์

อาชีพ – จอมโจร

เป็นสาวสวยผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันแพรวพราว

เธอยังมีอีกโฉมหน้าหนึ่งคือการเป็น GM แฝง

อยู่ในเกม Second Life ชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาท

แต่หลงใหลในใบหน้าของเจ้าชาย

จึงเกาะติดแล้วร่วมกันก่อตั้งกลุ่มผจญภัยในตำนาน

 

ชื่อ – หว่าหวา

เผ่า – นางฟ้า

อาชีพ – เนโครแมนเซอร์

เป็นเด็กน้อยน่ารัก ใสซื่อบริสุทธิ์

มักใช้ใบหน้าไร้เดียงสาก่อเรื่องวุ่นวาย

ทำให้ชาวบ้านปวดเศียรเวียนเกล้า

แต่ก็ไม่อยากทำร้ายเด็ก

 

ชื่อ – กีเลียสโตส์

เผ่า – ปีศาจ

อาชีพ – นักกวีพเนจร

กีเลียสโตส์หรือกีย์

มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลามาก ๆ

แต่เข้าร่วมกลุ่มเพราะหลงรักเจ้าชาย

ปัจจุบันมีสถานะเป็นเบี้ยล่าง

ถูกเจ้าชายใช้เป็นที่รองไม้รองมือบ่อย ๆ

 

ชื่อ – อี้เหลียน

เผ่า – มนุษย์

อาชีพ – จอมเวท

เป็นหญิงงามสาวสวย ที่มีรสนิยมแปลก ๆ

ชื่นชอบในตัวพี่หลองมาก นอกจากนี้

ชอบใช้รอยยิ้มคุกคาม

ให้เพื่อนร่วมทีมหวาดผวากันอยู่บ่อย ๆ

 

ชื่อ – โฉ่วหลาง

เผ่า – สัตว์ป่า(หมาป่า)

อาชีพ – นักบวช

โฉ่วหลางหรือพี่ใหญ่หลาง มีใบหน้าอัปลักษณ์

ทว่ากลับเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน

คอยช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้เจ้าชายและเสี่ยวหลงหนี่เสมอๆ

ภายหลังถูกชวนให้เข้าร่วมทีม

ปัจจุบันกลายเป็นกุนซือคอยชี้แนะแผนการต่างๆ

Vol.2 ติวลับ!!ฉบับยัยภูตตัวร้าย

เมื่อยัยภูตมือใหม่ต้อง “อัพเลเวล” ตัวเอง

สองเจ้านายสุดป่วนเลยต้องเปิดคอร์สฝึกพิเศษ

Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

เมื่อสองเจ้านายสุดเท่จับยัยภูตมาฝึกพิเศษ

แถมพ่วงภารกิจปราบผีสุดเพี้ยน

ที่มีโลเกชันเป็นทะเลสาบสยองขวัญ

ภารกิจอันวุ่นวายไม่รู้จบจึงบังเกิด

ในเล่มสอง ภารกิจในครั้งนี้มานาต้องตามเจ้านายทั้งสองไปปราบผีแต่แล้วมานาก็ไม่สามารถส่งพลังให้อัณณ์กับสิตาได้ มานาจึงต้องเข้าคอร์สพิเศษฝึกวิขาให้ใจสื่อใจ

 Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

คืนเข้าค่าย

งานนี้ไม่ใช่แต่มานาต้องพยายามเท่านั้น แต่สองเจ้านายต้องทำความเข้าใจมานาด้วย การปราบผีครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวยุ่ง ๆ มากมายทั้งความสนุกสนาน กุ๊กกิ๊กให้ชุ่มชื่นหัวใจ

Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

ถ้ำใต้น้ำ

สำหรับเล่มนี้เน้นที่การฝึกของมานากับฉากบรรยากาศการตั้งแคมป์ริมน้ำ แน่นอนว่าบรรยากาศโรแมนติกขนาดนี้ต้องมีเรื่องกุ๊กกิ๊กแน่นอนตามความเห็นส่วนตัวคิดว่าสิตาน่าจะเป็นพระเอกนะ

Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

สายใย

เล่มนี้หมอธีระมีบทบาทพอสมควร ทำให้คิดไปว่าหรือพระเอกจะเป็นหมอธีกันแน่

 Vol.3 คำพิพากษาแห่งนาคา!!

เมื่อเหล่าอัจฉริยะกลายเป็นคนไข้แผนกจิตเวช

เหล่าเจ้านายสุดป่วนและภูติสาวสุดเปิ่นจึงต้องเข้าไปช่วยเหลือ

Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

เมื่อเหล่านักวิทยาศาสตร์สุดอัจฉริยะ

กลายเป็นคนสมองเสื่อม

สี่หนุ่มจอมแสบจึงต้องลาก

ยัยทาสจอมเซ่อเข้าไปช่วยสืบ

แต่เรื่องกลับวุ่นหนักเมื่อทายาทเผ่านาคา

มัวแต่ยุ่งกับปัญหาส่วนตัว

แล้วคดีจะคลี่คลายไปได้หรือไม่ ต้องลุ้นกัน

ในเล่มสามนี้ มานาก็ยังโดนสองเจ้านายโขกสับอยู่เหมือนเดิม ถึงแม้จะสามารถสื่อใจกันได้แล้วก็ตาม เล่มนี้มีตัวละครใหม่ที่จะมาสร้างสีสันอีกหลายคนไม่ว่าจะเป็นพ่อของอัณณ์ หรือคู่หมั้นของอัณณ์

บริษัทจำหน่ายปุ๋ยรสนม

ครั้งนี้สิตากับมานาต้องทำภารกิจกัน 2 คนเพราะอัณณ์มีปัญหาบางอย่างทำให้มาช่วยไม่ได้ เรื่องราวบางอย่างในครอบครัวของอัณณ์จะถูกเปิดเผยและเรื่องนี้เองที่เป็นต้นเหตุของความแค้นของนายจิระเพื่อนสนิทของนาคินพ่อของอัณณ์

Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

ครอบงำ

ตามความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่าคู่นี้เหมือนคู่เกย์กันยังไงไม่รู้ขนาดภาพประกอบยังชวนให้คิดเลยอะ แต่ขอโทษนะจ๊ะ ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู ถ้าอยากรู้ต้องไปหาซื้ออ่านกันเอาเอง

Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้

ความลับที่ถูกเปิดเผย

ถ้าใครได้อ่านจะเห็นว่านิสัยของจิระเหมือนเด็กมาก ๆ ออกไปทางประหลาดเสียมากกว่า ธาวินก็อนามัยจัด(มาก) ส่วนอัณณ์ก็เมากะทิ? ว่าแต่คนเมากะทิมีด้วยหรอ…

 Vol.4 พันธสัญญาแห่งภูต!!

เมื่อพันธะแห่งภูตกลายเป็นพันธะแห่งความตาย

ที่แม้กระทั่งสองเจ้านายก็ไม่อาจหลุดพ้น

บทลงโทษจากเหล่าวงศ์วานแห่งเทพ

พาให้เหล่าทายาททั้งสี่ตระกูลและภูติสาว

ต้องเดินทางสู่หอระลึกชาติ

เพื่อออกตามหาเหล็กไหล

เปิดผนึกศาสตร์ต้องห้ามแห่งการฟื้นคืน

แก้ไขโทษทัณฑ์ที่ได้รับ

ก่อนแสงอรุณครั้งที่เจ็ดจะสาดส่อง…

          ในเล่มที่ 4 นี้ สองเจ้านาย อัณณ์ สิตา และมานา ต้องพบกับบทลงโทษเพราะในเล่มที่แล้วมานาเผลอหลุดปากเปิดเผยเรื่องตัวเองเป็นภูติรับใช้ท่ามกลางวงศ์วานแห่งเทพ

รอยจารึกบนผนัง

          และผลจากคำพิพากษา คือต้องชุบชีวิตมานาให้ได้ภายในเวลา 7 แสงอรุณ ไม่อย่างนั้น สิตากับอัณณ์จะต้องแหลกสลายไปและถ้าเจ้านายตายภูติก็ต้องหายไปด้วย

คำสาปศักดิ์สิทธิ์

เพื่อค้นหาวิธีชุบชีวิตให้มานา 4ทายาทตระกูลสัตว์แทพจึงย้อนอดีตไปตามหาเหล็กไหล และต้องผจญกับปีศาจสุดแสบทั้งหลาย ผลสุดท้ายแล้วมานาจะฟื้นหรือไม่ตามอ่านได้เลยจ้า

วิวัฒนาการตัวละคร

อัณณ์     ยังคงนิ่ง เหมือนเดิมเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงคำพูด “ไม่ประณีตเอาซะเลย” ไม่เปลี่ยนแปลง อีกคนที่คงคำพูดประจำตัวคือ

สิตา     ไม่ว่าจะอะไรก็พูดว่า”ไส้ติ่ง…”ตลอด ทำให้สงสัยว่าสิตาเป็นอะไรกับไส้ติ่งมากรึเปล่าเนี้ย

มานา     เป็นอีกคนที่คงความเสมอต้นเสมอปลายในเรื่องเพ้อฝัน เพ้อเ้อ ติดละคร ติดนิยาย ซึ่งบางทีก็ชอบแกล้งให้สิตาหลุดยอดรับออกมาว่าดูละครเหมือนกัน

หอระลึกชาติ

[Set-1] Do XXX Now!! ทำเดี๋ยวนี้!! ยัยภูตรับใช้ เป็นวีดีโอแนะนำหนังสือจากสำนักพิมพ์ กดเข้าไปดูได้เลยจ้า